แนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี  โครงการพัฒนาลุ่มน้ำแม่งอนตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพฯ  จังหวัดเชียงใหม่

ทฤษฎีการปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูกตามหลักการฟื้นฟูสภาพป่าด้วยวัฏธรรมชาติ (Natural Reforestation)  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยในปัญหาปริมาณป่าไม้ลดลงเป็นอย่างมาก จึงทรงพยายามค้นหาวิธีนานาประการที่จะเพิ่มปริมาณป่าไม้ของประเทศไทยให้เพิ่มขึ้นอย่างมั่นคงและถาวร โดยวิธีการที่เรียบง่ายและประหยัดในการดำเนินงาน ตลอดจนเป็นการส่งเสริมระบบวงจรป่าไม้  ในลักษณะอันเป็นธรรมชาติดั่งเดิม ซึ่งได้พระราชทานพระราชดำริหลายวิธีการ คือ

1. ปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก ด้วยวิธีการ 3 วิธี คือ

               (1) "...ถ้าเลือกได้ที่เหมาะสมแล้ว ก็ทิ้งป่านั้นไว้ตรงนั้น ไม่ต้องไปทำอะไรเลย ป่าจะเจริญเติบโตขึ้นมาเป็นป่าสมบูรณ์ โดยไม่ต้องไปปลูกสักต้นเดียว..."

               (2) "...ไม่ไปรังแกป่าหรือตอแยต้นไม้ เพียงแต่คุ้มครองให้ขึ้นเองเท่านั้น..."

               (3) "...ในสภาพป่าเต็งรัง ป่าเสื่อมโทรมไม่ต้องทำอะไรเพราะตอไม้จะแตกกิ่งออกมาอีก ถึงแม้ต้นไม่สวยแต่ก็เป็น ต้นไม้ใหญ่ได้..."

2. ปลูกป่าในที่สูง ทรงแนะวิธีการ ดังนี้

               (1) "...ใช้ไม้จำพวกที่มีเมล็ดทั้งลายขึ้นไปปลูกบนยอดที่สูง เมื่อโตแล้วออกฝักออกเมล็ดก็จะลอยตกลงมาแล้วงอกเอง ในที่ต่ำต่อไป เป็นการขยายพันธุ์โดยธรรมชาติ..."

3. ปลูกป่าต้นน้ำลำธาร หรือ การปลูกป่าธรรมชาติ ทรงเสนอแนวทางปฏิบัติว่า

               (1) ปลูกต้นไม้ที่ขึ้นอยู่เดิม คือ  "...ศึกษาดูก่อนว่าพืชพันธุ์ไม้ดั่งเดิมมีอะไรบ้าง แล้วปลูกแซมตามรายการชนิดต้นไม้ที่ศึกษามาได้..."

               (2) งดปลูกไม้ผิดแผกจากถิ่นเดิม คือ "...ไม่ควรนำไม้แปลกปลอมต่างพันธุ์ต่างถิ่นเข้ามาปลูกโดยยังไมได้ศึกษาอย่างแน่ชัดเสียก่อน..."

4. การปลูกป่าทดแทน
               ในขณะที่ประเทศไทยเรามีพื้นที่ป่าไม้เหลืออยู่เพียงร้อยละ 25 ของพื้นที่ประเทศประมาณการได้เพียง 80 ล้านไร่เท่านั้น  หากจะเพิ่มเนื้อที่ป่าไม้ให้ได้ประมาณร้อยละ 40 ของพื้นที่ประเทศแล้ว คนไทยต้องช่วยกันปลูกป่าถึง 48 ล้านไร่ โดยใช้กล้าปลูกไม่ต่ำกว่าปีละ 100 ล้านต้น ใช้เวลาถึง 20 ปี จึงจะเพิ่มป่าไม้ได้ครบเป้าหมายที่กำหนดไว้เท่านั้น  การปลูกป่าทดแทนจึงเป็นแนวทฤษฎีการพัฒนาป่าไม้อันเนื่องมาจากพระราชดำริที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานมรรควิธีในการปลูกป่าทดแทน เพื่อคืนธรรมชาติสู่แผ่นดินด้วยวิธีทางแบบผสมผสานกันในเชิงปฏิบัติดังพระราชดำริตอนหนึ่งว่า

" ...การปลูกป่าทดแทนจะต้องทำอย่างมีแผนโดยการดำเนินการไปพร้อมกับการพัฒนาชาวเขา ในการนี้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ชลประทานและฝ่ายเกษตรจะต้องร่วมมือกันสำรวจต้นน้ำในบริเวณพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อวางแผนปรับปรุงต้นน้ำและพัฒนาอาชีพได้อย่างถูกต้อง..."

 ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

เริ่มการเดินทางกันได้เลยค่ะ  เราจะเดินสำรวจดอกไม้ป่ากันโดยการเดินเป็นวงกลมรอบแนวภูเขา 

อีกด้านหนึ่งของภูเขาเป็นทางชันมาก จึงต้องทำไม้กั้นไว้

ผู้นำทางค่ะ  เป็นชาวต่างประเทศ (บ้านใกล้เรือนเคียงกับเราค่ะ  ) ขอให้พวกเราถ่ายภาพนี้ให้กับเขาด้วย

ไม้วงศ์ก่อ  (Fagaceae)  เป็นพรรณไม้ที่เป็นตัวชี้วัดประเภทป่าว่าเป็น "ป่าดิบเขา"  (Hill Evergreen Forest)  พบขึ้นอยูสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางที่ 1,000 เมตรขึ้นไป  ปริมาณน้ำฝน  1,000-2,000  มิลลิเมตร/ปี  พบมากทางภาคเหนือ  ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบบางพื้นที่

 

บนนี้เป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดเลยค่ะ

ถนนแยกจากทางหลวงมาถึงสำนักงานฯ (อาจเรียกสำนักงานได้ไม่เต็มปากเพราะไม่มีอะไรที่เป็นสำนักงานเลยนอกจากบ้านพักหัวหน้าโครงการฯ และคนงาน)

เห็นช่องเล็กๆ นี้ ไม่น่าเชือเลยว่าคนจะเข้าไปได้  และด้านในเป็นถ้ำกว้างสำหรับเป็นที่ซ่อนตัวหรือหลบภัยได้หลายคนทีเดียวเลยนะค่ะ

เราเดินทางตามเส้นทางเดินป่าเก่าของที่นี่ค่ะ

ต้นไม้  ดอกไม้ที่เราพบเป็นพรรณไม้ที่พบเห็นได้ทั่วไปในธรรมชาติค่ะ  แต่หากใครไม่เคยลองก้มมองและสังเกตุ  ก็อาจมองไม่เห็นถึงความงาม

ภาพนี้ไม่ใช่ดอกไม้นะค่ะ  เป็นรังของแมลงชนิดหนึ่ง

Comment

Comment:

Tweet

น่าสนใจมาก คงสนุกดีเนอะ

#1 By BuyRogaine (118.175.66.221) on 2011-03-30 12:36